เชียงใหม่

แหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม


น้ำตกบัวตอง
ตั้งอยู่บริเวณแยกกิโลเมตรที่42สายเชียงใหม่พร้าวตำบลแม่หอพระอำเภอแม่แตงเป็นน้ำแร่ซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอนเนตพุ่ง ขึ้นมาจากพื้นดินแล้วไหลเป็นลำธารและน้ำตกขนาดเล็กมีพื้นที่ลำธารแข็งเพราะมีแคลเซียมคาร์บอนเนตเคลือบอยู่ดูสวยงามน่าชม

น้ำตกม่อนหินไหล
ตั้งอยู่บริเวณป่าแม่งัด อำเภอพร้าว เดินทางเข้าทางเดียวกับที่ทำการอุทยานฯเป็นน้ำตก 6ชั้น เป็นตาดหินลาดเขาตรง มีน้ำไหล ตลอดปี แต่ละชั้นมีลักษณะเด่นที่แปลกตา

น้ำตกแม่กลาง
เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง ห่างจากเชียงใหม่66กม. ใช้ทางหลวง108 ไป50กม.เลี้ยว ขวาเข้าไปทางหลวงหมายเลข 1009 ไปอีก 8กม. เป็นทางลาดยางตลอด น้ำตกแม่กลางเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปีมีความสวย งามตาม ธรรมชาติรอบๆ บริเวณร่มร่นน่าพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถลงเล่นน้ำได้ด้วย

น้ำตกแม่เตี๊ยะ
เป็นน้ำตกที่สวยงาม สูงประมาณ80เมตร กว้างประมาณ15เมตร มีน้ำตลอดทั้งปีเป็นสายน้ำที่ใช้ในการเกษตรของชาวสบเตี๊ยะ ตลอดจนเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่น่าศึกษาค้นคว้าเป็นอย่างยิ่ง น้ำตกแม่เตี๊ยะตั้งอยู่บริเวณกลางป่าลึกในห้วยแม่เตี๊ยะ ตำบลดอย แก้ว อำเภอจอมทองจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ15กิดลเมตรน้ำตกมี4ชั้นมีระยะทางประมาณ5กิโลเมตรใช้เวลาการเดิน ทางประมาณ3ชั่วโมงจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ อล.8 (ดอยแก้ว) ถึงน้ำตกแม่เตี๊ยะ การเดินทาง จากเชียงใหม่โดยรถยนต์ไปตาม ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108ถึงอำเภอจอมทอง เลี้ยวขวาข้างที่ว่าการอำเภอ หรือเลี้ยวขวาข้างวัดสบเตี๊ยะ หรือโดยรถยนต์โดยสารจาก สายเชียงใหม่-ฮอด และเชียงใหม่-จอมทอง จากนั้นนั่งรถมอเอตร์ไซค์รับจ้างมา ที่ศูนย์ฯ จะมีรถบริการถึงน้ำตก

น้ำตกแม่ปาน
ตั้งอยู่เชิงดอยอินทนนท์ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มประมาณ16กิโลเมตรและห่างจากทางแยกที่ดอยินทนนท์ประมาณ6กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปน้ำตกแยกเข้าไปอีก9กิโลเมตรจะถึงที่จอดรถซึ่งทางอำเภอทำไว้สำหรับอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว จากนั้นจะต้อง เดินทางไปตามทางเดินอีกประมาณ10นาทีจึงจะถึงตัวน้ำตก น้ำตกแม่ปานนับว่าเป็นน้ำตกที่ยาวที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ และมีความสวยงาม ตามธรรมชาติไปอีกแบบหนึ่งน้ำจะตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า100เมตรเป็นทางยาวถ้ามองดูแต่ไกลจะเห็นสายน้ำยาวสีขาว ตัดกับสีเขียวของ
ต้นไม้ทำให้ดูเด่นเป็นสง่าน้ำที่ตกลงมายังเบื้องล่าง กระทบโขดหินแตกเป็นฟองกระจายไปทั่วบริเวณ เบื้องล่างมี แอ่งน้ำหลายแอ่งสำหรับผู้ มาพักผ่อนได้ลงอาบเล่นบนเนินเล็กๆทางอำเภอทำศาลาพักร้อนไว้สำหรับนักท่องเที่ยวพักผ่อนและชมความ งดงามของน้ำตก นอกจากนั้น ในบริเวณ ป่ารอบๆ น้ำตกยังเปฌนจุดดูนกของนักดูนกด้วย

น้ำตกแม่ยะ
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอจอมทอง ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 70 กิโลเมตร ก่อนจะถึงวัดพระธาตุศรีจอมทองจะเห็นป้ายขนาดใหญ่ ด้านขวามือ บอกว่า ทางเข้าไปยังน้ำตกแม่ยะประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นถนนแอสฟัลท์ตลอด ลักษณะทั่วไป น้ำตกแม่ยะเป็นน้ำตกใหญ่ และสยงามมากแห่งหนึ่งเพราะน้ำซึ่งไหลลงมาจากหน้าผาที่สูงชัน280เมตรไหลลงมากระทบโขดหินเป็นชั้นๆเหมือนม่าน แล้วลงไปรวมกัน ที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง น้ำใสเย็นเหมาะสำหรับ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งบริเวณรอบๆ น้ำตกเป็นป่าเขาอันสงบเงียบ

น้ำตกแม่ยิ้ม
เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งในหลายแห่งบนเส้นทางสายนี้ อยู่ห่างจากไร่กังสดาลไปเล็กน้อย ซึ่งจะสังเกตุเห็นป้ายบอกทางเข้า ทางด้านขวามือ

น้ำตกแม่สา
แยกเข้าทางซ้ายมือตรงกิโลเมตรที่ 7ของเส้นทางหมายเลข 1096เข้าเขตวนอุทยานน้ำตกแม่สา เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของอำเภอ แม่ริมซึ่งแบ่งเป็นชั้นๆขึ้นไปตามเชิงเขาถึง8ชั้น ปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่บริเวณ ทำให้สภาพอากาศร่มรื่นเย็นสบายตลอดปีเป็นสถานที่ พักผ่อนที่ได้รับความ นิยมมากทั้งชาวเชียงใหม่และอาคันตุกะผู้มาเยือน

น้ำตกวชิรธาร
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เดิมชื่อ "ตาดฆ้องโยง" ตัวน้ำอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ75เมตรและน้ำไหลจากหน้าผาข้างบนตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง ตรงข้ามมีหน้าผาสูงชัน เรียกว่า " ผาม่อนแก้ว " ภายหลังเรียกให้เพราะขึ้นว่า "ผากรแก้ว" การเดินทาง ค่อนข้างสะดวก จากเชิงดอยอินทนนท์ ขึ้นไปถึงกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายบอกทางแยกขวาเข้าน้ำตก ซึ่งจะต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 351 เมตร จึงจะถึงน้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิเป็น น้ำตกคู่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันเป็นทางยาวสวยมาก แต่เดิมเรียกว่า " เลาลี " ตามชื่อของหมู่บ้านม้ง ( แม้ว ) เลาล ีซึ่งอยู่ใกล้ๆ น้ำตก ตั้งอยู่ตรง กิโลเมตรที่ 30 มีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร แต่รถไม่
สามารถ เข้าไปใกล้ตัวน้ำตกได้ นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นน้ำตกสิริภูมิได้ในระยะไกลคือ มองดูจากหมู่บ้านแม้วเท่านั้น

น้ำตกหมอกฟ้า
ตั้งอยู่บนถนนสายแม่มาลัย-ปาย กิโลเมตรที่ 20 และมีทางลูกรังเลี้ยวซ้ายเข้าไปที่น้ำตกอีกประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกหมอกฟ้ามีขนาดไม่ใหญ่มากนักเป็นน้ำตกชั้นเดียวแต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

น้ำตกห้วยแก้ว
(เส้นทาง1004) เป็นน้ำตกเล็กๆ สูงประมาณ10เมตร อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ6กิโลเมตร น้ำตกห้วยแก้วมีน้ำไหล ตลอดปีรอบๆ บริเวณก็สวยงามด้วยทิวทัศน์และร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด นอกจากนี้ยังมีที่พักผ่อนนำอาหารไปนั่งรับประทานกันที่
ผาเงิบ และวังบัวบาน อัน เป็นสุสานแห่งความรักของสาวบัวบานผู้ถือรักเป็นสรณะ

น้ำตกห้วยทรายเหลือง
ตั้งอยู่บนเส้นทางเดี่ยวกับน้ำตกแม่ปาน อยู่ห่างจากถนนสายดอยอินทนนท์-แม่แจ่มประมาณ 21 กิโลเมตร บริเวณใกล้ๆ กับน้ำตก มีที่จอดรถ กว้างขวาง มีศาลาพักร้อนสำหรับผู้มาเที่ยวได้พักด้วย น้ำตกห้วยทรายเหลืองเป็นน้ำตกขนาดปานกลาง มีน้ำไหลแรงตลอดปีและไหลลงมาเป็นชั้นๆสวยงามมากเช่นเดียวกับน้ำตกแม่ปานคือในบริเวณป่ารอบๆน้ำตกเป็นจุดดูนกของนักดูนกด้วย



วัดกู่เต้า
อยู่ติดกับบริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ วัดนี้เดิมชื่อว่าวัดเวฬุวนารามมีเจดีย์ลักษณะแปลกไปกว่าพระเจดีย์อื่น ๆ ในเมืองไทย
วัดนี้ไม่มีประวัติแจ้งไว้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่มีตำนานเล่าว่าเจดีย์กู่เต้านี้เป็นที่บรรจุอัฐิของเจ้าฟ้าสารวดีซึ่งเป็นราชโอรสของพระเจ้าบุเรง
นองครองเมืองเชียงใหม่ในระหว่างปี พศ.2122 -2150 ลักษณะของเจดีย์องค์นี้คล้ายกับนำผลแตงโมมา วางซ้อนกันไว้ หลายๆ ลูก ชาวบ้านจึง เรียกว่า
เจดีย์กู่เต้า

วัดเจ็ดยอด
หรือวัดโพธารามมหาวิหารตั้งอยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์สายเชียงใหม่- ลำปาง ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร
เป็นวัดเก่าแก่เป็นวัดหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะคล้ายกับมหาวิหารโพธิพุทธคยาในประเทศอินเดีย ลักษณะ
ของเจดีย์มียอดตั้งอยู่บนเรือน ธาตุสี่เหลี่ยมเจ็ดยอด เป็นปูชนียสถาน ที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
ตั้งอยู่บนถนนพระปกเกล้า วัดที่มีเจดีย์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ คือวัดเจดีย์หลวง ซึ่งตั้งอยู่ในใจ
กลางเมือง วัดนี้สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลของพญาแสนเมืองมา กษัตรืย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ต่อมาในสมัย
ของพญาติโลกราช พระองค์โปรดให้ช่างสร้างเป็นเจดีย์องค์ใหญ่สูงถึง 92 เมตร ฐานกว้างด้านละ 54 เมตร แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2024 ต่อมาใน สมัยพระนางจิระประภาครองเมืองเชียงใหม่ ได้เกิดแผ่นดินไหวทำให้ยอดเจดีย์หักโค่นลงมาเมื่อ ปี 2088 วิหารหลวงของวัดนี้ เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์
( สิริจันทะเถระ ) และเจ้าแก้วนวรัฐ เป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471 หน้าประตูทางเข้าวิหารมีบันไดนาคเลื้อยลงมางดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไป
เป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิม ได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของภาคเหนือ

วัดเจดีย์เหลี่ยม หรือ เจดีย์กู่คำ
ตั้งอยู่ถนนสายเกาะกลางบริเวณเวียงกุมกาม สร้างขึ้นในรัชสมัยของพญามังรายเมื่อ พ.ศ.1831 กล่าวคือหลังจากที่พระองค์
ได้ยกทัพตี เมืองลำพูนแล้ว พระองค์ทรงมอบเมืองลำพูนให้อำมาตย์คนสนิทชื่ออ้ายฟ้าครองเมืองแทน ส่วนพระองค์ยกพลไปสร้าง
เมืองใหม่ทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ได้ 2 ปี พระองค์ก็ยกทัพไปสร้างเมืองใหม่อยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำปิง เมื่อปี พ.ศ.1829 ให้ชื่อเมือง
นี้ว่า เวียงกุมกาม จนถึงปี พ.ศ. 1830 พระองค์โปรดให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์มาจากวัดจามเทวีลำพูน เพื่อนำมาสร้างให้เป็นที่
สักการะแก่คนทั้งหลาย โดยสร้างเจดีย์องค์น ี้ มีฐานกว้าง 8 วา 1 ศอก สูง 22 วา มีพระพุทธรูปบรรจุอยู่ในซุ้มทั้ง 4 ด้าน ด้านละ
15 องค์ รวม 60 องค์ หลังจากนั้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี วัดนี้ได้ถูกทอดทิ้งให้รกร้างจนถึงปี พ.ศ.2451 มีคหบดีชาวพม่าคนหนึ่ง
ได้มาเห็นเข้า เกิดความเลื่อมใส ได้บูรณะขึ้นใหม่โดยให้ช่างชาวพม่าเป็นผู้ดไนินการ จึงมีศิลปแบบพม่าเข้ามาแทนที่แบบดั้งเดิม
คงมีแต่โครงสร้าง ที่ยังเป็นรูปเดิมอยู่เท่านั้น

วัดเชียงมั่น
ตั้งอยู่บนถนนราชภาคินัย เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดภายในตัวเมืองเชียงใหม่ เมื่อพญามังรายมหาราช สร้างเมื่อ พ.ศ.1839
พระองค์ทรงยก พระตำหนักที่ประทับชื่อตำหนักเชียงมั่น ถวายเป็นพระอารามให้ชื่อว่าวัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของ
พระพุทธรูปสำคัญของ เชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่

วัดดอยแม่ปั๋ง
อยู่หมู่ที่5ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าวห่างจากตัวเมือง ตามเส้นทางสายเชียงใหม่แม่โจ้พร้าว (ทางหลวงหมายเลข1001)
เป็นระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร วัดดอยแม่ปั๋งเป็นวัดซึ่งเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จนถึง มรณภาพในปี พ.ศ. 2528 ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจคือวิหารไม้ กุฏิหลวงปู่แหวน กุฏิไม้ที่เรียกว่า "โรงย่างกิเลส"หรือ"โรงไฟ"ศาลาการเปรียญที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่แหวนเท่าองค์จริงตอนถือธุดงควัตร
พิพิธภัณฑ์มณฑปประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือน และอัฐิ รวมทั้งอัฐบริขารของหลวงปู่แหวน ฯลฯ

วัดตำหนัก
(วัดสิริมังคลาจารย์หรือวัดสวนขวัญ) สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2050 ในสมัวัดพระธาตุดอยน้อยตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ตามทางหลวงหมายเลข 108 ตรงกิโลเมตรที่ 43 - 44 เป็นวัดดบราณที่เก่าแก่อายุกว่า1,300ปี มีประวัติว่าสร้างโดย
พระนางจามเทวี เมื่อปีพ.ศ.1201 มีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ได้แก่ พระบรมธาตุโข่งพระ (กรุพระ) โบสถ์วิหารและ
พระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลักทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมาย บริเวณวัดตั้งอยู่บนภูเขา ติดลำน้ำปิงมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบทุกทิศ
พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช (พระเมืองแก้ว) กษัตริย์องค์ที่13 แห่งราชวงศ์เม็งรายอาศรมแห่งนี้เป็นที่จำพรรษาของพระสิริมังคลา
จารย์ผู้นิพนธ์พระคัมภีร์"มังคลัตทีปนิ"ปัจจุบัน วัดนี้ชำรุดทรุดโทรมมากปรักหักพังลงแล้ว

วัดป่าตึง
ตั้งอยู่ในเขตตำบลออนใต้อำเภอสันกำแพงเดิมเป็นวัดร้างคู่กับวัดเชียงแสนก่อนที่สร้างวัดขึ้นมาได้พบพระบรมสารีริกธาตุ และของมีค่ามากมายหลสยอย่าง อาทิ วัตถุโบราณพระพุทธรูปเครื่องถ้วยชามสังคโลก บริเวณวัดมีโบราณวัตถุอยู่ทั่วไปและมีเตาเผา
เครื่องถ้วยชามสังคโลกอยู่ด้วย แต่หมดสภาพเพราะดินยุบไปหมดนอกจากบริเวณวัดแล้วตามป่าเขารอบ ๆ ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ
10,000 ไร่ ก็จะมีเตาเผาสังคโลกอยู่ทั่วไปชาวบ้านมักพบอยู่บ่อยๆ

วัดพระธาตุดอยน้อย
ตั้งอยู่ที่ตำบลดอยหล่อ อำเภอจอมทอง ตามทางหลวงหมายเลข108 ตรงกิโลเมตรที่ 43 - 44 เป็นวัดดบราณที่เก่าแก่อายุ
300 ปี มีประวัติว่าสร้างโดยพระนางจามเทวี เมื่อปี พ.ศ. 1201 มีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย ได้แก่พระบรมธาตุโข่งพระ (กรุพระ) โบสถ์วิหาร และพระพุทธรูปหินอ่อนแกะสลักทั้งองค์เล็กองค์ใหญ่มากมายบริเวณวัดตั้งอยู่บน ภูเขา ติดลำน้ำปิง มองเห็น
ทิวทัศน์โดยรอบทุกทิศ

วัดพระธาตุดอยสุเทพ
เส้นทาง1004)ผ่านอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัยแล้ว ถนนจะวกวนคดเคี้ยวไปตามไหล่เขาที่สูงขึ้นระหว่างทางจะมองเห็นตัว
เมืองเชียงใหม่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงวัดฯระยะทาง 11 กิโลเมตรจากเชิงดอย เมื่อขึ่นมาถึงจะแลเห็นบันไดทอดยาวขึ้นไปสู่วัด
และมีนาค 7 เศียร 2 ตัวอย ู่2 ข้างบันได ซึ่งสูง 300 กว่าขั้น วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้เป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่
นักท่องเที่ยวซึ่งเดินทาง มาเชียงใหม่จะต้องขึ้นไปนมัสการพระธาตุฯ กันทุกคน ถ้าหากใครไม่ได้ขึ้นไปนมัสการแล้วถือเสมือน
ว่ายังมาไม่ถึงเชียงใหม่วัดพระธาตุดอยสุเทพนี้ประดิษฐ์อยู่บนดอยสุเทพสูงจากน้ำทะเลประมาณ 3,051 ฟุต และเป็นปูชนียสถาน
สำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ จะมีงานประเพณี สรงน้ำพระธาตุฯ ในวันเพ็ญวิสาขบูชาทุกปี

 

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนสายเชียงใหม่ฮอดผ่านอำเภอหางดงสันป่าตองจนถึงอำเภอจอมทองระยะทาง58กิโลเมตร จะถึงวัดพระธาตุศรีจอมทองซึ่งเป็นวัดสำคัญคู่เมืองจอมทอง เป็นที่เคารพสักการะของชาวเหนือโดยทั่วไป

วัดพระพุทธเอิ้น
ตั้งอยู่ที่ตำบลช่างเคิ่งอำเภอแม่แจ่ม นับเป็นศาสนสถานที่แปลกไปจากที่อื่นคือมีโบสถ์น้ำ ลักษณะคือสร้างในสระสี่เหลี่ยม
โดยปักเสาลงในน้ำล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแดง บริเวณรอบโบสถ์จนถึงกำแพง เรียกว่า "อุทกสีมา "มีความหมายเหมือนกับ"ขันธสีมา "อุโบสถบนบกตามประวัติกล่าวว่าวัดพุทธเอิ้นก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เมื่อ 200 ปีกว่ามาแล้วมีโบราณสถานล้ำค่าในบริเวณวัด คือโบสถ์น้ำซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากรแล้วบริเวณด้านหลังโบสถ์น้ำมีวิหารเก่าแก่ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่เลือนไปมาก

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
ตั้งอยู่บนถนนสามล้านเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งซึ่งประดิษฐานพระพุทะรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชรประดิษฐานอยู่ในวิหารลาย คำเมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมืองจะอันเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมือง เพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วถึงกันแต่ เดิมที่ดินบริเวณวัดนี้เป็นตลาดชื่อว่าตลาดลีเชียง(ลีแปลว่าตลาด)จนถึงพ.ศ.1888พญาผายูกษัตริย์องค์ที่ 5ในราชวงศ์มังรายทรงโปรด
ให้สร้าง วัดนี้ขึ้นพร้อมทั้งสร้างพระเจดีย์สูง 24 วาองค์หนึ่งเพื่อใช้เป็นที่บรรจุอัฐิพระราชบิดาของพระองค ์

วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม
ตั้งอยู่บนถนนสุเทพพญากือนาทรงสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญา เกตุ)เพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ในแผ่นดินล้านนาวัดนี้แต่เดิมเป็น พระราชอุทยานของกษัตริย์ล้านนาสมัยแรกเริ่ม

วัดแสนฝาง
ตั้งอยู่ที่ถนนท่าแพไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างในสมัยใดทราบแต่ว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งวัดนี้เป็นวัดพม่าจึงมีศิลปการ
ก่อสร้าง แบบพม่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 7 โปรดให้รื้อที่ประทับของพระเจ้ากาวิโรรสสุริวงศ์
( เจ้าชิวิตอ้าว ) เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 6 มาสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2420 ครั้นสร้างเสร็จแล้วจึงโปรดให้มีการฉลองในปี พ.ศ. 2421

วัดอุโมงค ์
สร้างขึ้นในสมัยพญามังรายมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นสถานที่จำพรรษาของฝ่ายอรัญวาสีต่อมาพญากือนาทรงมีรับสั่งให้สร้าง อุโมงค์ขึ้นเพื่อให้พระมหาเถระจันทร์ใช้เป็นที่นั่งปฏิบัติธรรม วิปัสนากรรมฐาน ภายในวัดมีความสงบร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้นานา พันธ์เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติ และนั่งวิปัสนากรรมฐานเป็นยิ่งนักมีทั้งต้นไม้น้อยใหญ่สระน้ำและสวนสัตว์ให้เป็นที่พักผ่อน หย่อนใจกันที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือเจดีย์ อยู่ทางด้านใต้ของพระวิหารเป็นเจดีย์ทรงระฆังมีชั้นทรงกลมประมาณ3ชั้นลักษณะเหมือน กลีบบัวซ้อนกันอยู่ด้านบนมีปลียอด เจดีย์นี้ถือเป็นโบราณสถานที่มีอายุเก่าแก่ของแคว้นล้านนาอีกแห่งหนึ่ง

น้ำพุร้อนสันกำแพง
ได้รับการปรับปรุงและการดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสหกรณ์การ
เกษตรหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพงจำกัดเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติล้อมรอบไปด้วยภูเขามีไม้ดอกนานาพันธ
ุ์และน้ำพุร้อนที่มีอุณภูมิสูงกว่า 100 องศาเซลเซียส ตั้งอยู่ในเขตตำบลบ้านสหกรณ์ กิ่งอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดเชียงใหม่ การเดินทาง จากตัวเมืองเชียงใหม่ไปน้ำพุร้อนฯ ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 ทาง คือจากตัวเมืองเชียงใหม่ตาม ถ.เชียงใหม่-แม่ออน ( สายใหม่ ) จากสี่แยกดอนจั่น ตรงไปตลอดทาง ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที หรือเส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ตาม ถ.เชียงใหม่-สันกำแพง(สายเก่า) นอกจากนั้นยังมีที่พักร้านอาหารเต็นท์แคมป์ไฟและห้องอาบน้ำแร่บริการนักท่องเที่ยวซึ่งสามารถติดต่อจองล่วงหน้า ได้ที่ ธุรกิจน้ำพุร้อนสันกำแพง หมู่ 7 ต. บ้านสหกรณ์ กิ่ง อ. แม่ออน จ.เชียงใหม่ 50130 หรือ โทร. (053) 929077

บ่อน้ำร้อนฝาง
ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 8 กิโลเมตร ในเขตตำบลบ้านปิน น้ำร้อน เกิดจากหินแกรนิตที่มีความร้อนเกือบเดือด หรือ เดือดระหว่าง 90 - 100 องศา ถ้าหย่อนไข่ลงไปต้มก็สุก บ่อใหญ่มีไอน้ำพุ่งขึ้นสูงส่งกลิ่นกำมะถันกระจายไปทั่ว

บ้านถวาย
อยู่ถัดจากเหมืองกุงไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่ฮอด ประมาณหลักกิโลเมตรที่15ถึงห้องสมุดประชาชนอำเภอหางดงมีทางแยกซ้ายเข้าหมู่บ้าน อีกประมาณ 5 กิโลเมตร มี ีโรงงานผลิตไม้แกะสลักเพื่อจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง มีชื่อเสียงในการทำ
ผลิตภัณฑ์เลียนแบบของเก่า ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถชมการผลิตและซื้อเป็นสินค้าที่ระลึกได้อำเภอหางดงจะจัดงานศิลปะหัตภกรรม
ไม้แกะสลัก บ้านถวายประจำปี ระหว่างวันที่ 29 มกราคม - 4 กุมภาพันธ์

บ้านไร่ไผ่งาม
เป็นหมู่บ้านผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่มีคุณภาพและมีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่กิโมตรที่ 68 - 69 ตาม
เส้นทาง เชียงใหม่-ฮอด และเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีกประมาณ 1 กม. ทางเข้าหมู่บ้านร่มรื่นด้วยเงาไม้ไผ่สองข้างทาง ปัจจุบันกลุ่ม
แม่บ้านซึ่งได้รับ การถ่ายทอดการผลิตผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จากคุณป้าแสงดา บันสิทธิ์ อดีตศิลปินแห่งชาติ รวมกลุ่มกันผลิต
ที่บ้านป้าแสงดา ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำปิง นอกจากนี้ที่บ้านป้าแสงดายังมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ รวบรวมผลงานและเครื่องใช้ส่วนตัวของป้า
แสงดาอีกด้วย โทร. ( 053 ) 361231 สถานที่ติดต่อในตัวเมืองเชียงใหม่ โทร. (053) 273625

โรงงานทำเครื่องเขิน
ในเชียงใหม่มีโรงงานทำเครื่องเขินอยู่ที่บริเวณ ถนนนันทราม และถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง เครื่องเขินเป็นสินค้า
พื้นเมือง ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาอย่างหนึ่งของเชียงใหม่ มีความสวยด้วยลวดลายต่าง ๆ นักท่องเที่ยวนิยมซื้อไปใช้และประดับบ้าน
สวยงามยิ่ง ส่วนมากแล้ว ในบริเวณตอนเหนือของไทย รอบๆ เมืองเชียงใหม่ นับเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเครื่องเขินที่รูปแบบ
แตกต่างจากภาคพื้นเอเซีย เช่น จีน และญี่ปุ่นที่โดยมากมักจะทำเป็นรูปภาชนะเบาๆ เช่นถ้วย ขัน กล่องบุหรี่ ถาด แจกัน เป็นต้น

โรงงานไทยศิลาดล
เป็นโรงงานผลิตเครื่องเคลือบดินเผาแบบโบราณ อยู่บนเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ห่างจากตัวเมือง 6 กิโลเมตร โรงงานปิด
ทุกวันอาทิตย์ โทร. (053) 213245 , 213541

ศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่
เป็นศูนย์ผลิตตุ๊กตาเชียงใหม่ ที่มีเอกลักษณ์ บ่งบอกถึงวัฒนธรรมของไทย ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาที่แต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน
ชาวเขา และนาฏศิลป์ไทย นอกจากนั้น ยังมีพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาซึ่งได้รวบรวมตุ๊กตาจากนนประเทศมีความสวยงามและน่าสนใจศูนย์
ผลิตตุ๊กตาฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน โรงงานตั้งอยู่เลขที่ 187/2 หมู่ 9 บ้านดงขี้เหล็ก ต.มะขามหลวง อ.สันป่าตอง หรือ ถ.เชียงใหม่ - ฮอด ( ทางหลวงหมายเลข 108 ) และเลี้ยวซ้ายที่ กิดลเมตรที่ 23 ( ถนนบ้านไร่ ) ไปอีก5 กิโลเมตร หรือติดต่อ สอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ( 053 ) 837229


:หน้าแรกเชียงใหม่ : ลักษณะทั่วไปของเชียงใหม่: ประเพณีและเทศกาลเชียงใหม่ : แหล่งท่องเที่ยว :ผู้ครองนครเชียงใหม ่: ภูมิประเทศ : การเดินทาง : อุทยานแห่งชาติ :


ชมหมู่บ้านOTOPตุ๊กตาดินเผาแต่งบ้านและสวนบ้านป่าตาล อ.หางดง เชียงใหม่
งานดินเผาน่ารักๆกว่าร้อยแบบพันชิ้นคลิ๊กที่นี่
http://www.banpatan.com